Around AtHome

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สูงที่สุดของอาณาจักรล้านนา สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตร    วิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๑  ภายในเป็นที่ประดิษฐานพรอัฏฐารถ หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือและในวัดเจีย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๙ ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม ๑๒ ค่ำเดือน ๘ (เหนือ) หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง

Wat Chedi Luang Wat Chedi Luang houses the largest chedi in Chiang Mai. The temple is located right in the middle of the city and was built in the reign of King Saen Mueang Mak, the seventh king of Mengrai Dynasty. The 98-metre tall and 54-metre wide chedi was built in the reign of King Tilokkarat. The construction was completed in 1481. In 1545 the chedi was collapsed due to an earthquake during the reign of King Jiraprapa. The chapel in the front was built by Chao Khun Uba Lee Poramacharn (Sirichantathera) and Chao Kaeo Navarat in 1928. The magnificent methodological serpents ramble from the entrance of the chapel to its door on both sides. It is believed that they are the most beautiful man-made serpents in the northern Thailand.

 

วัดพระสิงห์วรวิหาร อยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ ๕ ในราชวงศ์เม็งรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. ๑๘๘๘ พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง ๒๔ ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ตามประวัติเล่าว่าเจ้ามหาพรหมได้เชิญพระสิงห์มาจากเมืองกำแพงเพชรเพื่อถวายแด่พระเจ้าแสนเมืองมา แต่พอราชรถมาถึงวัดมีเหตุให้ต้องอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่นี่ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน ในวิหารลายคำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสุพรรณหงส์ และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียว ยังมีศิลปกรรมอื่นๆ ที่น่าชม ได้แก่ พระอุโบสถตกแต่งแบบศิลปะล้านนา หอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา

Wat Phra Sing Wat Phra Sing, located on Sam Lan Road, houses the revered Phra Phutthasihing Buddha image cast in Subduing Mara. The Buddha image is now enshrined in Viharn Lai Kham. During the Songkran festival, each April 13-15, people process the most sacred Buddha image around Chiang Mai town for traditional bathing.

Formerly, this area was a Wat Li Chiang Market until 1345, King Pa Yu, the fifth king of Mengrai Dynasty commanded to built this temple and a 24-feet chedi containing his father’s ashes. The temple compound includes the lovely Viharn Lai Kham featuring exquisite woodcarvings and northern-style murals paintings, a magnificent

หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ ถนนพระปกเกล้า ต.ศรีภูมิ (ใกล้กับวัดพระสิงห์) บริเวณที่ตั้งเคยเป็นสะดือเมือง ตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมือง ก่อนที่พระเจ้าติโลกราชจะโปรดให้ย้ายเสาอินทขีลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ที่ดินนี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโรรสสริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 จนถึงสมัยเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาล ได้ประทานให้รัฐบาล ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเขียงใหม่ หลังจากที่ย้ายไปใช้ศาลากลางหลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิฑิธภัณฑ์ในปี พ.ศ.2540 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ. 2542 ประเภทที่ทำการอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มา และที่อาคารส่วนหลังจัดแบ่งเป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียน วันเวลาเปิดทำการ 08.30-17.00 วันอังคาร-อาทิตย์ ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดทำการวันจันทร์ ค่าเข้าชม 20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท รายละเอียดติดต่อโทร. 0 5321 7793, 0 5321 9833 โทรสาร 0 5321 9833 หรือ www.chiangmaicitymuseum.org

Chiang Mai City Arts and Cultural Center Located at Prapokklao Rd., Tambon Sriphum. An old building of elegant architectural design was built in 1924. Standing on the location of former royal hall, the building was used as the central administrative offices of the Monthon Phayap administrative unit of Siam, and later as the Provisncial Hall of Chiang Mai.

The cultural center was created to help them understand their roots and foster a sense of pride in local indentity and thus to help preserve the beauty of local customs and culture. The museum has been divided into two sections. The front (eastern) part of the square-shaped building contains permanent exhibits. The rear section of the building has been dedicated to cultural activities, temporary exhibits, a souvenir shop, a lecture theatre, an exhibition hall for Lanna arts and an archive.

Permanent Exhibits
The Permanent exhibits are thematically divided into periods and topics which are shown in 15 rooms. They show the development of the region and the city from pre-history to its rise and decline as an independent capital.The city’s history is illustrated up until present times.The system of administration, way of life, local wisdom and the culture that have created the city’s proud identity are presented using a variety of media . Models, slides, pictures with text explanations, digital video presentations and graphic displays will impress visitors and help them understand the origins of the city.

Temporary Displays and Activities
The rear of the building and the enclosed open-air courtyard are reserved for a variety of cultural acitvities aimed at conserving and promoting the valuable traditions of the local culture.

Opening Hours : Tuesdays to Sunday including public holidays 8.30- 17.00 hrs. (close on Monday)

เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง เป็นหลักเมืองเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ปัจจุบันนี้อยู่ตรงหน้าวัดเจดีย์หลวง เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ หลักอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง

ประตูท่าแพ ประตูท่าแพ ซึ่งตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากร ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประกอบกับภาพถ่ายประตูเมืองเชียงใหม่ประตูหนึ่ง ซึ่งถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2422 แต่เดิม ประตูท่าแพ ที่ถูกเรียกกันในปัจจุบันนั้นมีนามว่า ประตูเชียงเรือก เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือก สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพญามังราย มหาราช เมื่อแรกตั้งเมืองเชียงใหม่ เมื่อปีพ.ศ. 1839 เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ต้องมาถ่ายรูปที่นี่

เชียงใหม่ ถนนคนเดิน มีทุกวันอาทิตย์ จะมีการจัดงานถนนคนเดินขึ้นภายในคูเมืองบริเวณถนนราชดำเนิน โดยเริ่มจากประตูท่าแพไปจนถึงสามแยกถนนสามล้าน  เป็นการจัดแผงขายสินค้าบริเวณสองฝั่งถนน สินค้าที่นำออกมาวางขายมีมากมายทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP และอีกมากมายหลายอย่าง นับว่าเป็นสีสันของการท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ก่อนนั้นจัดขึ้นนอกคูเมืองบริเวณถนนท่าแพ ทำให้รถติดและไม่มีเสน่ห์เพราะเป็นการจัดบนถนนธรรมดา แต่เมื่อย้ายการจัดมาจัดภายในกำแพงเมืองเชียงใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงบรรยากาศแบบเมืองเหนือเพราะภายในคูเมืองยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านเรือนโบราณไว้เป็นอย่างดี ถนนไม่ใช่ถนนลาดยางที่รถวิ่ง แต่เป็นถนนที่เรียงด้วยอิฐตัวหนอนเหมือนเป็นถนนเดินเล่นมิใช่ถนนรถวิ่ง ริมถนนยังมีวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองให้นักท่องเที่ยวได้ชมแบบได้บรรยากาศ ทั้งวัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดพันเตา และอีกมากมายหลายวัดล้วนมีศิลปะที่สวยงาม  เรียกว่ามาถนนคนเดียวได้เห็นถึงวิถีชีวิตคนเมือง ได้เห็นแม่สาวเจียงใหม่ ได้ชมวัดไหว้พระ ได้ซื้อของติดไม้ติดมือ  ถ้าไปเชียงใหม่คราใดหากตรงช่วงวันหยุดอาทิตย์อย่าได้พลาดเชียว

กาดวโรรส หรือ ตลาดวโรรส 

หากใครมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วไม่รู้จักตลาดวโรรส กลับไปมีหวังโดนเพื่อนแซวแน่ถือว่าตกข่าว เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่  ที่นี่เป็นแหล่งขายของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดของเชียงใหม่  เป็นที่รวบรวมสินค้าของฝากมากหลายทุกชนิดที่มีขายในเชียงใหม่ แหนมสารพัดยี่ห้อ หมูยอสารพัดแบบ น้ำพริกหนุ่มดังๆ แคบหมูสูตรเด็ด ไส้อั่วชั้นดี  และอีกทุกๆ อย่างที่เป็นของฝากที่มีขายในเชียงใหม่ล้วนมีขายที่นี่ สนนราคาก็ไม่แพง เรียกว่าถูกว่าแหล่งอื่นที่เป็นแหล่งขายของฝากนักท่องเที่ยวอย่างตลาดหลังไนซ์ หรือตามห้างต่างๆ

การเดินทางมากาดวโรรสก็สะดวกสบาย หากเดินทางมากันเองเป็นรถตู้ก็บอกคนขับว่าไปตลาดวโรรส เดี๋ยวคนขับก็พาไปส่งเอง แต่คนขับไม่ค่อยจะพาไปอ้างว่าไม่มีที่จอดรถ อ้างรถติดอ้างโน่นอ้างนี่ อันนี้ก็ต้องคุยกันเอง   ถ้าเดินทางมากันเองโดยรถโดยสารก็เรียกรถสองแถวแดงบอกว่าไปกาดวโรรส 10 บาทเท่านั้นเอง  ( ตอนน้ำมันลิตรละ 14.59บาท )  จากกาดวโรรสมีรถสองแถวมากมายสามารถเรียกให้ไปส่งได้ทุกที่ทั้งสถานีรถไฟ สถานีขนส่งอาเขต ส่วนสนามบินอยู่ไกลต้องเหมาเป็นกรณีๆ ไป

ตลาดดอกไม้สด กาดต้นลำไย เวลาผมพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวเชียงใหม่ผมมักจะพานักท่องเที่ยวไปซื้อของที่ตลาดวโรรสซึ่งเป็นของฝากจำพวกแห้งๆ  ขากลับก็ต้องเดินผ่านกาดต้นลำไย กาดนี้เป็นแหล่งขายของทั่วไปโดยเฉพาะผลไม้หลากหลายทั้งสตอบอรี่ ลิ้นจี่ ส้ม และอาหารพื้นเมืองแปลกๆ เช่น ลูกก่อคั่ว หมกปลา และอีกหลายอย่าง  พอเดินออกมาจากกาดต้นลำไยก็จะเจอตลาดดอกไม้สด มีวางขายยาวตลอดแนวถนน  นับว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามมีแต่ดอกไม้สวยๆ ตลอดทางเดิน มีสินค้าหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าซื้อกลับบ้าน เช่นดอกฟิลโล ที่มีแต่ก้านยาวๆ ที่ปลายมีดอกสีขาว เมื่อซื้อกลับมาบ้านแล้วใส่แจกันให้ดอกบานก็สวยดีอยู่ได้ถึง 1 ปีโดยดอกไม้ร่วง นอกจากนั้นยังมีดอกไม้สวยๆ ที่เหมาะกับการเดินชม จุดนี้เป็นแหล่งรวมของดอกไม้สดของเชียงใหม่ บรรดาผู้ที่ต้องการใช้เช่นโรงแรมต่างๆ ก็จะมาหาซื้อกันที่นี่  เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าเดินเที่ยว ราคาดอกไม้ก็ไม่แพงเห็นแล้วอยากซื้อแต่ก็ไม่รู้ซื้อแล้วจะเอากลับไปยังไง เดินชมดีกว่า